Perfil de Khanit_.-*^I ThinK TherefoR I ...FotosBlogListasMás Herramientas Ayuda

Blog


09 agosto

ทะเลหวาน

ริมชายหาดมีเพียงแค่สองเรา
มีลมแผ่วเบาโชยทุกเวลา
เป็นความสุขใจที่เคยตามหา
ฉันเพิ่งได้เจอ เมื่อมีเธอเข้ามา

ขอบฟ้าเจอตะวัน ลับไป
จะใช้ดาวที่มี ชี้ทาง เหมือน ดวงไฟ
กว่าจะพบเจอ กว่าจะพบเธอ
กว่าจะรู้ความสุข มันหวานเพียงใด
โว๊ะโอโว๊ะโอโว๊ะโอว
อยากจะอยู่ตรงนี้ ทั้งคืน

มีคำหนึ่งคำเตรียมไว้ในใจ
เวลาอย่างนี้คงต้องพูดไป
บรรยากาศเป็นใจให้หวั่นไหว
เสียงหัวใจบอก ว่าเธอคือทุกอย่าง

ขอบฟ้าเจอตะวัน ลับไป
จะใช้ดาวที่มี ชี้ทาง เหมือน ดวงไฟ
กว่าจะพบเจอ กว่าจะพบเธอ
กว่าจะรู้ความสุข มันหวานเพียงใด
โว๊ะโอโว๊ะโอโว๊ะโอว
อยากจะอยู่ตรงนี้ ทั้งคืน

เมื่อก่อนมองทะเลไม่เคยสวยอะไรอย่างนี้
เพราะว่ามีเธอจึงเจอโลกในมุมที่สวยงาม

ขอบฟ้าเจอตะวัน ลับไป
จะใช้ดาวที่มี ชี้ทาง เหมือน ดวงไฟ
กว่าจะพบเจอ กว่าจะพบเธอ
กว่าจะรู้ความสุข มันหวานเพียงใด
โว๊ะโอโว๊ะโอโว๊ะโอว
อยากจะอยู่ตรงนี้ ทั้งคืน

อยากจะกอดเธอไว้ทั้งคืน
อยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้ 

WOoo!

เฮ้!!! หวัดดี
หลังจากที่ห่างหายไปนานมากกกกกกกกกกกกกกกก
(สงสัยจะนานมาก) เหนื่อยจัง ไม่ได้อัพมานานแล้ว
ตลอดเทอมที่เรียนปีสองที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง
สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ยาวจัง)
ก็เผาผลาญทั้งกำลังทรัพย์ และกำลังกายของข้าพเจ้าไปซะหมดตัว
(แต่ทำไมอ้วนขึ้นอ่ะ) ตั้งแต่เปิดเทอมมาใช้เงินไปเดือนละเกือบหมื่น(*o*)
(แบบปกติเดือนละ 5000) แถมโทรศัพท์ยังเจ้งอีกได้ซื้อใหม่เลย
ได้ Nokia 6300 แบบว่าก็ชัดดีนะแต่บางไปหน่อย แต่โดยรวมก็ดี
ซื้อในราคา 7750 บาท (แอบซื้อแบบไม่บอกผู้ปกครอง)
ช่วงนี้แบบนอนน้อยแบบนอน6โมงเช้าเกือบทุกวัน ต้องทำงานส่งตลอด
ขนาดปิดกีฬามหาวิทยาลัยโลกยังต้องทำงานส่งอีก (เซ็งมากๆ)
ตอนนี้ข้าพเจ้าได้กลับมายังอุดรแล้วตังแต่วันที่ 4 ฝนตกเลย
อยู่บ้านก็ไม่มีไรทำ ทำแต่งาน กิน นอน แค่นี้ (อ้วนตายหละ)
มหาลัยข้าพเจ้าเปิดวันที่ 27 แต่งานของข้าพเจ้านั้นเยอะมาก
ไหนจะหาข่าว ทำModel ทำเพจ drawing เขียนplan ทำรายงาน
เยอะมากเลย ไม่รู้จะเสร็จทันเปิดเทอมรึป่าว แถมตอนกลับบ้านต้องขนโมเดล
กลับอีก(ลำบากกูมากเลย) ต้องขนของเข้าหออีก พอแล้วหล่ะ ขี้เกียจพิม
ปล.อยากกินเนื้อย่างกับเพื่อนๆ
คิดถึงเพื่อนทุกคน
หวัดดี
02 mayo

6 ข้อคิดดีๆจากนิทานอีสป

6 ข้อคิดดีๆ จากนิทานอีสปที่คุณอาจลืมไปแล้ว


6 ข้อคิดดีๆ จากนิทานอีสปที่คุณอาจลืมไปแล้ว

 1. ไม้นวมดีกว่าไม้แข็ง
          จากเรื่อง ลมกับพระอาทิตย์ ที่แข่งว่าใครจะทำให้นายพรานถอดเสื้อคลุมออกได้ ลมพยายามพัดลมให้แรงที่สุด แต่ยิ่งพัดแรงเท่าไหร่ นายพรานก็ยิ่งเอาเสื้อคลุมกระชับตัวเท่านั้น แต่พระอาทิตย์เพียงส่องแดดเรื่อยๆ นายพรานก็เริ่มร้อนจนต้องถอดเสื้อคลุมออก

          แทนที่เราจะวีนแตก โยนระเบิดใส่เพื่อน ทำไมเราไม่ใจเย็นๆค่อยๆ พูดตรงๆ อย่างใจเย็น หรือคุยกันบอกให้เพื่อนช่วยคุยกันหน่อย ไม่มีใครชอบถูกสั่งหรือบังคับให้ทำหรอก เพราะถ้าเป็นเรา เราคงไม่อยากได้ยินสิ่งที่ไม่ดีเหมือนกัน

 2. อย่าหาเหตุผลจากคนพาล
          จากเรื่อง ลูกแกะกับสุนัขจิ้งจอก สุนัขจิ้งจอกหาเรื่องจะกินลูกแกะ บอกว่าลูกแกะทำน้ำลำธารขุ่น ไม่ว่าลูกแกะจะแก้ตัวยังไงก็ไม่รอด

          ช่วงเวลาที่คนโกรธ มักจะเป็นเวลาที่สมองส่วนเหตุผลหยุดทำงาน เพราะบางครั้งอาการพลุ่งพล่านที่เห็นนั้นอาจไม่ได้ต้องการคำแก้ตัวใดๆ เป็นแค่การอยากระบาย และถ้าคนๆ นั้นเป็นคนที่ไม่เปิดใจกว้าง เก็บพลังการอธิบายเอาไปไว้ให้การให้อภัยจะดีกว่า

 3. พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
          จากเรื่อง สุนัขคาบเนื้อกับเงา สุนัขคาบชิ้นเนื้อใหญ่ข้ามแม่น้ำ เมื่อก้มมองเงาตัวเองคิดว่าสุนัขอีกตัวมีเนื้อชิ้นใหญ่กว่า จึงคายก้อนเนื้อที่มีแล้วกระโจนลงน้ำ สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย

          ทำไมเราจะต้องแสวงหาคนที่ดีกว่า เมื่อเรามีความสุขดีอยู่กับแฟนแล้ว ถ้าสายตาคุณไม่เคยหยุดนิ่ง สอดส่องหาคนที่ดีกว่าตลอดเวลา คุณคงจะต้องเสียเวลามองหาแฟนคนใหม่ตลอดไป เราไม่มีทางรู้เลยว่ากิ๊กคนใหม่นั้นดีกว่าแฟนเราจริงหรือสร้างภาพ ถ้าปล่อยให้คนดีหลุดมือไปเราอาจต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า

 4. ทุกอย่างต้องเกื้อกูลกัน
          จากนิทานเรื่อง ร่างกายของเรา เมื่ออวัยวะอื่นๆ อิจฉาท้อง ที่ได้อาหารแต่ตัวเองต้องทำงานหนัก จึงประท้วงมือไม่ยอมหยิบอาหาร ฟันไม้ยอมเคี้ยว ผ่านไปสองสามวันอวัยวะทุกส่วนไม่มีแรงเหลือ เพราะทุกคนต้องทำงานร่วมกันถึงจะอยู่ได้

          ไม่มีใครเคยบอกว่า one man show คือการทำงานที่ดีที่ได้ผลดีที่สุด การอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วนความเอื้ออาทรเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งพึงต้องมี คุณไม่รู้หรอกว่าคุณต้องการความช่วยเหลือจากใคร เมื่อใด จำไว้ว่าคุณไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน งานบางอย่างต้องการพลังสร้างสรรค์ ถ้าพวกเขาไม่ร่วมมือกับคุณบ้างจริงๆ คุณอาจทำงานได้ยากกว่านี้

 5. อย่าประมาท
          จากเรื่อง ตั๊กแตนกับมด ระหว่างฤดูร้อน มดทำงานทั้งวัน สร้างรังและกักตุนอาหาร แต่ตั๊กแตนเอาแต่ร้องเพลงเที่ยวเล่น เมื่อฤดูหนาวมาถึง ตั๊กแตนจึงหิวโซส่วนมดมีรังดีๆอยู่ และมีอาหารพร้อมตลอด

          ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตเราต้องเจอกับอะไรบ้าง จู่ๆ อาจไม่สบายจนทำงานไม่ได้ อาจจะต้องออกจากงาน ถ้าคุณไม่ระวังค่าใช้จ่าย ไม่เก็บออมไว้เลย จะมีชีวิตที่มั่นคงได้อย่างไร

 6. ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
          จากเรื่อง กระต่ายกับเต่า กระต่ายวิ่งด้วยความรวดเร็วแต่ชะล่าใจ ในขณะที่เต้าคลานช้าแต่มีความพยายามสม่ำเสมอ ทำให้เข้าเส้นชัยก่อนและชนะในการแข่งขัน

          ใช้เวลาศึกษากันและกันไปเรื่อยๆ อย่าให้ “ความใคร่ ความหลง” ที่ร้อนแรงตอนคบกันใหม่ๆ มีอิทธิพลกับการตัดสินใจทุกอย่าง ข่มใจตัวเองบ้าง

ความรัก...ที่ไม่ใช่เจ้าของ

ความรัก . . . คืออะไร?
เรื่องที่ทุกคน . . . อยากจะได้คำตอบตายตัว
เพียงแต่ว่า . . . ไม่เคยมีใครหาคำตอบที่ชัดเจนได้เลยสักคน
เพราะ . . . ความรักมีหลายรูปแบบ
ที่ของแต่ละคน . . . ก็ไม่เหมือนกัน

ความที่เจ็บปวด คือ ความรักที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ
เมื่อเรารักใครสักคนแล้ว  . . .
ย่อมอยากจะเป็นเจ้าของความรัก กันทุกคน

แต่จะมีสักกี่คน . . . ที่จะได้ครอบครองมันไว้ได้
เพราะความรัก . . . เหมือนกันสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ
ไม่มีอะไรแน่นอน . . .  เอาอะไรจากมันไม่ได้เลย

แต่สิ่งที่มันให้เรา คือ ความเจ็บปวดปนความหวาน
ยิ่งคุณอยากจะลิ้มลอง . . . ความหอมหวานของมันเท่าไหร่
คุณก็จะยิ่งถลำลึก ไปกับความเจ็บปวดนั่น
. . . จนอาจจะยากที่จะถอนตัวออกมาได้

บางครั้ง. . .  ความหวานก็หมดไป
. . . ก่อนที่จะลึกมากนัก แต่ก็เจ็บมากมายเช่นกัน
แต่. . . ก็ยังมีอีกหลายคน ที่พร้อมจะลองดู
บางคน. . . แสวงหาความรักมากมาย
ใช้หัวใจฟุ่มเฟือย เพื่อตามหารักแท้. . .

รักแท้. . . แต่ยากที่จะครอบครอง
เพราะบางครั้ง. . . อาจจะเป็นรักต้องห้าม
ระหว่างพี่น้อง ระหว่างคำว่า. . . เพื่อนสนิท
ระหว่างคำว่า. . . คนที่มีเจ้าของแล้ว
หรือ ระหว่างคำว่า . . . ไม่เหมาะสม


มันยาก. . . ที่คุณจะดูแลมันตลอดเวลา
เมื่อไหร่ที่คุณรัก คุณอยากครอบครอง. . . แต่เป็นไปไม่ได้
 ก็คิดเสียเถิดว่า . . . ยังดีกว่าไม่ได้รัก

โลกจะสวยงามเมื่เราเดินช้าลง

โลกสวยงามขึ้น...เมื่อเราเดินช้าลง


โลกสวยงามขึ้น..เมื่อเราเดินช้าลง

เวลาที่เราขับรถเร็ว
ก็เพราะเราต้องการให้ถึงที่หมายเร็วๆ
เป็นการให้ความสำคัญกับปลายทางเป็นสิ่งแรก

แต่บางครั้ง...
มีเหมือนกันที่มันเร็วเสียจนเลยบ้าน เลยซอย
ที่เป็นจุดหมายปลายทางไป
เลยทำให้ที่อยากให้เร็ว กลายเป็นช้าไปก็มี


เมื่อเราขับรถช้า หรือไปเรื่อยๆ (มีเวลามากพอ)
ก็หมายถึงว่า เราไม่ได้รีบร้อน
เพียงแค่จะไปให้ถึงปลายทางเพียงอย่างเดียว

เราอาจมีเวลาสังเกตถนนหนทาง ผู้คนบนท้องถนน
ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น
อาจมองเห็นว่ามีร้านขายดอกไม้มาเปิดใหม่
ร้านขายอาหารเจ้าเก่าได้ย้ายไปแล้ว...ฯลฯ

นั่นคือ...เราได้เห็นรายละเอียดต่างๆ
ระหว่างเส้นทางที่ผ่านไปมากขึ้น

ทุกวันนี้...

ความเร็ว ได้ถูกดึงมาใช้เป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ
ในชีวิตประจำวันเราสามารถได้รับข่าวสารหลายๆ เรื่องอย่างง่ายดาย
ภายในเวลาไม่กี่นาที


เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วกดลงบนคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์
หรือโทรศัพท์มือถือ
ข้อความหรือถ้อยคำเหล่านั้นก็ถูกส่งมาให้อ่านแบบทันอกทันใจ

และอีกไม่กี่นาทีเช่นกัน
เราก็สามารถส่งต่อข้อความเหล่านั้นไปยังคนอื่นๆ ได้
ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตคนเราสะดวกสบายขึ้น
จนกระทั่ง...
บางทีลืมสังเกตไปด้วยว่า
ความละเมียดละไมในชีวิต กลับเหือดหายน้อยลง

สำหรับคนที่ชอบละเลียดความสุขแบบค่อยเป็นค่อยไป
ไม่เคยนิยามให้กับค่าของความสุข
เป็น "บาท" เป็น "คัน" หรือเป็น "หลัง"

..................................................

                                                                             วันนี้...บนโลกของเขาอาจดูเชื่องช้า
                                                                        แต่มุมมองสิ่งต่างๆ ที่ผ่านไปในแต่ละวันของเขา
                                                                 อาจสวยงาม...จนบางทีคนอย่างเรานึกไม่ถึงเลยก็ได้

                                                                    

07 marzo

เย้ๆ....สอบเสดซะที

หลังจากผ่านอุปสรรคอันมากกกกมายยยยยของ
การเรียนคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ปี 1 เหนื่อยมากๆๆๆ
ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เพิ่งสอบเสดวันนี้ เด๋ววันที่ 10 ก็ได้กลับ
บ้านแล้วเย้...แต่ก็ต้องรีบทำportfolio ส่งก่อนกลับบ้าน
หลายอย่างหวะ กว่าจจบ แต่ก็ดีใจที่สามารถผ่านมาได้
ขอให้ได้เกรดเยอะๆก็แล้วกันนะ
 
 
คิดถึงเพื่อนทุกคน
18 enero

UD Center

เครียดๆ ก็เลยเล่นเน็ต พอดีเจอ...ก็ดีจะได้มีที่เดิน เบื่อคอมเพล็กแล้ว..อิอิ...
08 enero

เฮ้อ...เหนื่อยใจ

หลังจากที่สอบกลางภาคผ่านไปแล้วก็นะแบบอ่านหนังสือนิดเดียว
แบบไม่ทัน คะแนนมันก็นิดเดียวแบบไม่ทันด้วยเหอะๆชินแล้ว
ปีใหม่ก็ได้กลับบ้านแบบแป๊ปเดียวเพราะจองตั๋วผิดนึกว่าจะมีเรียน
ก็อุส่ารีบกลับมาซะงั้นไป.....
วันนี้ก็presentงาน แบกโมเดลไป2รอบใหญ่หลาย(แบบไกลด้วย)
เราก็อุส่าทำไปแต่ยังไม่develop เลย(อาจารย์บอก
ถ้าอาจารย์ชอบอันเดิมหละแล้วจะทำไง(แกล้งชัดๆ))
เหอๆแต่ก็นะก็ได้งานproject ต่อมาก็คือเอางานเราไปทำเป็นอะไร
ก็ได้ในธรรมศาสตร์..ทำอะไรดี เหลือpresent อีก3ครั้งก็จะจบแล้ว
สู้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
19 diciembre

ใกล้สอบแล้ว....T_T

หลังจากที่present ไปเมื่อวาน
ทำงานไม่ได้นอนมาเกือบทั้งอาทิตย์(แทบตาย)
หมดเงินไปเป็นพัน...จนเลย(ยังไม่สิ้นเดือนจะหมดเงินละ)
โดนด่ายับ หาว่าเราmake ข้อมูลเอา
เอ๋า!!!....ซะงั้น คนที่ว่าเป็นแขกที่อาจารย์เชิญมาดูงาน
แกเป็นดีไซน์เนอร์ระดับโลกจากสวีเดน(แต่หน้าตาการแต่งตัว
แบบดูไม่ภูมิฐานมาก ไม่ค่อยน่าเชื่อถือ แบบบ้านๆหน้าตาออกแนวชายแดน)
แกว่าซะ..ทั้งๆที่อาจารย์ที่คณะก็ไม่ได้ว่าอะไรมากมาย
เซงเลย พอpresent เสด ก็ยังจะสั่งงานส่งอีกวันที่ 8 ม.ค. 50
(ไม่ให้พักเลยนะ) จะให้อ่านหนังสือมั้ยเนี่ย...
สอบอาทิตย์หน้าแล้ว(25 ธ.ค. )หนังสือยังไม่แตะซักตัวเลย
ตายแน่เลย หน่วยกิตก็เท่ากันแต่ทำไม่เราต้องทุ่มกับวิชานั้นมากมาย
ขนาดนั้น...เฮ้อเซงชีวิตจัง ไปอ่านหนังสือละ
 
 
คิดถึงทุกคนปีใหม่เจอกัน
 
 
 
14 diciembre

ฮือๆๆ..คิดโมเดลไม่ออกอะ

ใกล้จะpresent แล้ว โมเดลยังคิดไม่ออกเลยอะ
วันก่อนก็ปวดท้อง อยากแรง ทำโมเดลไม่ได้เลย
แล้วตอนตีสองก็อ้วกออกมา แบบก็ดีขึ้นนิดหน่อย
ตื่นไปเรียนก็ปวดหัว ตัวร้อน จะเป็นไข้ เพื่อนก็ยังบอกว่า
ปากซีด ดูเป็นเหนื่อยๆ เพลียๆ
ฮือๆ คิดโมเดลประยุกต์ไม่ออกกกกกกกกกกกก
ทำไงดี เครียดลงกระเพาะแล้ว จะอ้วกอีกรอบแล้ว
07 diciembre

เครียดโว้ยยยย

ช่วงนี้เครียดมาก หลายเรื่องโดยเฉพาะเรื่องเรียน
เกรดก็ออกมาได้น้อย งานก็ยังคิดไม่ออก ใกล้presentแล้ว
เครียดมากกกกกกกกกกกกกก
กกกกกกกกกกกกกกกกกกถึง
มากที่สุดดดดดดดดดดดดดดด
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
เซงชีวิต ศุกร์นี้ก็ต้องส่งโมเดลอีก ยังไม่ได้ทำเลย หาmaterial
ไม่ได้ ทำไงดี เสาร์ก้ต้องไปเชียร์โต้5วถาบันอีก มี ศิลปากร ลาดกะบัง
บางมด รังสิต ธรรมศาสตร์ ขี้เกียจไปจังเลย งานเราก็ยังไม่เสด จะไปดี
มั้ยเนี่ย เฮ้อออออ.....เหนื่อยใจหวะ  เซงมากกกกกกกกกกกกก
เพื่อนก็จะซิ่วกันเยอะแล้วเพราะไอ้วิชาตัวนี้หละ เงินก็เสียไปทำโมเดล
อาทิตย์ละ 200-400 บาท กำ จนเลยยยยยย แล้วเราจะทำไงดี
สู้ๆๆตาย
29 noviembre

10 สถาปัตย์อัฒจรรย์แดนมังกร

10 สถาปัตย์อัศจรรย์แดนมังกร //*


1. สนามบินนานาชาติปักกิ่ง
กำหนดสร้างเสร็จปี 2007
จีนมีแผนที่จะสร้างสนามบินใหม่ถึง 108 แห่งระหว่างปี 2004-2009 ซึ่งรวมทั้งสนามบินนานาชาติปักกิ่งแห่งนี้ ที่จะเปิดให้บริการปลายปี 2007 เพื่อต้อนรับโอลิมปิก 2008 โดยจะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 43 ล้านคนในปีแรก และเพิ่มเป็น 55 ล้านคนในปี 2015สนามบินโฉมใหม่ที่มีขนาดกว่า 1 ล้านตารางเมตร ซึ่งใหญ่กว่าเพนตากอนของสหรัฐอเมริกานี้ เป็นฝีมือของผู้ออกแบบสนามบินเช็กแลพก๊อกของฮ่องกงด้วย นั่นคือ Foster & Partners สถาปนิกนักเดินทาง ที่เข้าถึงจิตใจผู้โดยสาร ด้วยการออกแบบทางเดินแต่ละส่วนให้สั้นที่สุดฟอสเตอร์ ได้แบ่งอาคารที่กว้างขว้างใหญ่โตของสนามบินนานาชาติปักกิ่งออกเป็น 2 ข้าง ทอดตัวจากทิศใต้ไปสู่ทิศตะวันออก เพื่อช่วยลดไอร้อนจากแสงอาทิตย์ แต่ติดสกายไลท์ให้แสงแดดละมุนละไมได้ฉายส่องเข้ามา พร้อมทั้งใช้นวัตกรรมใหม่ที่ช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนภายในตัวอาคาร



2. เดอะคอมมูน – กรุงปักกิ่ง
เฟสแรกสร้างเสร็จเมื่อ 2002 และทั้งโครงการจะเสร็จสิ้นในปี 2010เดอะคอมมูน (The Commune) เกิดขึ้นตามความตั้งใจของคู่รักนักพัฒนาเรียลเอสเตท จางซิน และพานซื่ออี๋ ที่ลงทุนควักกระเป๋าให้นักสถาปัตย์ชั้นนำชาวเอเชีย 12 คน คนละ 1 ล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อเนรมิตเฮาส์คอมเพล็กซ์หรูที่มีกลิ่นอายกำแพงเมืองจีนขึ้นปัจจุบัน เดอะคอมมูน เปิดให้บริการแล้วในส่วนที่เป็นโฮเทลบูติค ภายใต้การบริหารของเครือโรงแรมเคมปินสกี้ จากเยอรมนี ซึ่งยังมีโครงการส่วนต่อขยายเพิ่มเติมอีก


3. ศูนย์กลางการเงินของโลกที่เซี่ยงไฮ้
กำหนดสร้างเสร็จปี 2008ศูนย์กลางการเงินแห่งใหม่ของโลก กำลังจะอุบัติขึ้นที่มหานครเซี่ยงไฮ้ ที่เขตการเงินหลู่เจียจุ้ย ในเขตผู่ตง ในรูปโฉมของตึกกระจกสูงเสียดฟ้า 101 ชั้น
Kohn Pedersen Fox Architects ผู้ออกแบบเล่าว่า การสร้างให้ตึกต้านทานแรงลมได้ ถือเป็นความท้าทายของงานนี้ ในที่สุด จึงได้ออกแบบให้ยอดตึกเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า พร้อมเจาะช่องตรงชั้นที่ 100 ซึ่งนอกจากจะปรับเป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลกแล้ว ยังสามารถบรรเทาแรงลม ลดการแกว่งตัวไปมาของตัวตึกได้ด้วย



4. สระว่ายน้ำแห่งชาติ – ปักกิ่ง
กำหนดเสร็จปี 2008สระว่ายน้ำแห่งชาตินี้ สร้างขึ้นสำหรับการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2008 โดยมีรูปลักษณ์เหนือจินตนาการคล้าย “ก้อนน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่” ซึ่ง PTW and Ove Arup ออกแบบโดยใช้วัสดุเทฟลอนทำเป็นโครงร่าง เน้นใช้พลังงานแสงอาทิตย์ โดยจะนำมาใช้เดินเครื่องกรองน้ำเสียของสระ
น้ำที่ใช้เติมในสระจะถูกกักเก็บไว้ในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่ฝั่งไว้ใต้ดิน นอกจากนั้น เพื่อให้ดูเหมือนน้ำที่สุด สถาปนิกยังใช้เทคโนโลยีจากงานวิจัยของนักฟิสิกส์จาก Dublin’s Trinity College ที่สามารถทำให้กำแพงอาคารดูเหมือนฟองน้ำที่เคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทำสระว่ายน้ำแห่งแดนมังกรนี้ดูดีเป็นเอกลักษณ์แล้ว ยังสามารถต้านทานกับแรงสั่นสะเทือนอันเกิดจากแผ่นดินไหวได้ด้วย





5. สถานีโทรทัศน์ส่วนกลางแห่งชาติ (CCTV) – ปักกิ่ง
กำหนดสร้างเสร็จปี 2008อาคารสำนักงานใหญ่ของสถานีโทรทัศน์ซีซีทีวี มีรูปลักษณ์ที่แหวกแนวไปจากตึกระฟ้าทั่วไป โดยเกิดจากสองอาคารที่ตั้งมุมฉากต่อเข้าหากัน มองดูเหมือนอุโมงค์ขนาดใหญ่ ซึ่งช่วยกระจายแรงลมที่ปะทะกับตึกได้เป็นอย่างดี ตึกใหม่นี้ออกแบบโดย Rem Koolhass และ Ole Scheeren ส่วนวิศวกรผู้คุมงานก่อสร้างคือ Ove Arup



6. Linked Hybid – ปักกิ่ง
กำหนดสร้างเสร็จปี 2008สถาปัตยกรรมแห่งที่อยู่อาศัยสมัยใหม่ Linked Hybid เป็นที่ตั้งของบ้าน 2,500 หลัง อพาร์ทเม้นท์ 700 ห้อง บนเนื้อที่ขนาด 1.6 ล้านตารางฟุต ถือเป็นตึกใหญ่สุดในโลกที่มีใช้ระบบชีวภาพในการทำความเย็นและให้ความอุ่น เพื่อรักษาอากาศทั้ง 8 ตึกให้คงที่ ในชั้นที่ 20 สร้างเป็นวงแหวน ‘บริการ’ ที่เชื่อมต่อกันทุกตึก ครบครันด้วยบริการต่างๆ ทั้งซักผ้ายันร้านกาแฟSteven Holl และ Li Hu ยังออกแบบให้ ฝั่งท่อน้ำสองสายลึกลงไปใต้ดิน 100 เมตร สำหรับให้น้ำไหลเวียน ซึ่งเปรียบเสมือนเครื่องกระจายความร้อน และเครื่องทำความเย็นขนาดใหญ่ ที่ไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าทำน้ำเดือดหรือแอร์ทำความเย็น ขณะเดียวกัน ยังมีระบบบำบัดน้ำเสีย ที่จะรวบรวมน้ำจากห้องครัวและอ่างน้ำทั่วอาคาร มาหมุนเวียนใช้ใหม่ในห้องส้วม



7. เมืองเศรษฐกิจตงถัน – เจียงซู
อยู่ระหว่างวางแผน คาดว่าเฟสแรกจะเสร็จปี 2010เมืองเศรษฐกิจแห่งใหม่ของแดนมังกร ออกแบบและพัฒนาโดย ซ่างไห่ อินตัสเทรียล คอร์ป ที่คาดว่าจะมีขนาดเทียบเท่ากับเกาแมนฮัตตัน ตั้งอยู่บนเกาะที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของจีน กลางลำน้ำฉางเจียง (แยงซีเกียง) ใกล้กับมหานครเซี่ยงไฮ้ ซึ่งจะสร้างเสร็จสมบูรณ์ในปี 2040อย่างไรก็ตาม เฟสแรกของโครงการนี้ จะเรียบร้อยก่อนที่งานเอ็กซ์โปเซี่ยงไฮ้จะเปิดฉากขึ้นในปี 2010 ซึ่งจะมีประชากรราว 50,000 คน เข้าอยู่อาศัยที่นี้ จากนั้นอีก 5 ปี ระบบพิเศษต่างๆ จะเริ่มใช้งานได้ ไม่ว่าจะเป็น ระบบผลิตน้ำบริสุทธิ์ ระบบจัดการน้ำเสีย และการหมุนเวียนพลังงานมาใช้ใหม่ พร้อมด้วยถนนสายใหญ่ที่จะเชื่อตรงสู่นครเซี่ยงไฮ้อย่างสะดวกสบาย



8. สนามกีฬาโอลิมปิก - ปักกิ่ง
กำหนดเสร็จปี 2008สนามกีฬาหลายแห่งในโลก ออกแบบโดยเดินตามรอยสนามกีฬาชื่อดังของโลก โคลิเซี่ยมแห่งโรม แต่สนามกีฬานานาชาติของ Herzog & de Meuron ในปักกิ่งนี้พยายามที่จะคิดออกแบบใหม่ให้เอื้ออำนวยต่อสิ่งแวดล้อมปัจจุบันมากขึ้นสถาปนิกจากสวิสเซอร์แลนด์ Herzog & de Meuron ต้องการที่จะช่องระบายอากาศตามธรรมชาติ ในสนามกีฬาโครงสร้าง 91,000 ที่นั่ง อาจถือได้ว่า เป็นสนามกีฬาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่ใหญ่ที่สุดในขณะนี้สนามกีฬาดังกล่าวซึ่งจะใช้จัดพิธีเปิด-ปิดการแข่งขันโอลิมปิก 2008 มีลักษณะภายนอกคล้ายกับ ”รังนก” ที่มีโครงตาข่ายเหล็กสีเทาๆเหมือนกิ่งไม้ ห่อหุ้มเพดานและผนังอาคารที่ทำด้วยวัสดุโปร่งใส อัฒจันทร์มีลักษณะรูปทรงชามสีแดง ซึ่งดูคล้ายกับพระราชวังต้องห้ามของจีน ภาพโครงสร้างของสนามกีฬาแห่งนี้ จึงดูคล้ายพระราชวังสีแดง ที่อยู่ภายในรั้วกำแพงสีเทาเขียว ซึ่งให้กลิ่นอายงดงามแบบตะวันออก สำหรับบันไดภายในสนามกีฬาถูกสร้างให้กลมกลืนกับโครงตาข่าย ซึ่งให้ภาพลักษณ์ของความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันหรือเอกภาพ



9. สะพานตงไห่ – เชื่อมเซี่ยงไฮ้ กับ เกาะหยังซัน
เปิดใช้ธันวาคม 2005สะพานข้ามทะเลแห่งแรกของจีน ซึ่งเปิดใช้อย่างเป็นทางการแล้วเมื่อเดือนธันวาคมปี 2005 สะพานดังกล่าวเป็นเส้นทางคมนาคมหลักในเขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีเกียง ใช้เงินลงทุนราว 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่วนโครงสร้างหลักมีความยาว 32.5 กิโลเมตร กว้าง 31.5 เมตร มีทางรถวิ่ง 6 เลน และเพื่อความปลอดภัยในการรับมือกับพายุไต้ฝุ่นและคลื่นลมแรง สะพานตงไห่ถูกออกแบบให้เป็นรูปตัวเอส (S) เชื่อมจากอ่าวหลู่หูในเขตหนันฮุ่ยเมืองเซี่ยงไฮ้ ข้ามอ่าวหังโจว ไปยังเกาะเสี่ยวหยังซันในมณฑลเจ้อเจียง ที่ได้วางแผนไว้ให้เป็นท่าเรือการค้าเสรีแห่งแรกของจีน (และจะเป็นท่าคอนเทนเนอร์ที่ใหญ่ที่สุดของโลก) ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2010ทั้งนี้ สะพานตงไห่ถูกก่อสร้างโดยความร่วมมือระหว่าง ไชน่าจงเที่ย เมเจอร์ บริดจ์ เอนจิเนียริ่ง กรุ๊ป และเซี่ยงไฮ้ # 2 เอนจิเนียริ่ง และเซี่ยงไฮ้ เออร์บัน คอนสตรักชั่น กรุ๊ป



10. โรงละครแห่งชาติ – ปักกิ่ง
กำหนดสร้างเสร็จปี 2008ตั้งอยู่กลางกรุงปักกิ่ง ใกล้กับจัตุรัสเทียนอันเหมิน มีเนื้อที่ 490,485 ตารางฟุต มีกำหนดเปิดใช้อย่างเป็นทางการในปี 2008 โครงสร้างภายนอกประกอบขึ้นจากกระจกผสมไทเทเนี่ยม ดูคล้ายกับทะเลสาบ

21 noviembre

ไปสยามมา

     
ก็ว่างอะนะเลยมานั่งทำอะ.....
 
วันเสาร์18ไปสยามมาแบบบไปทำงานวิชา visual แบบวิชานี้
แบบเครียดมากเลย คิดแทบบบบ้า...แบบผมร่วง(เวอร์เกิน)
ก็เครียดนะ...แบบพีเซนต์ครั้งก่อนแบบโดนซัดไปซะนะ....
ก็เครียดนิดนึงแทบตาย ดีไม่โดนด่า..พอเถอะก็นะ เรียนวิชาก็ไม่ค่อยหนัก
แต่มันหนักวิชานี้วิชาเดียวเหอะๆ..พอแล้วหละ
 
คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนะ

=^^=