Perfil de Khanit_.-*^I ThinK TherefoR I ...FotosBlogListasMás Herramientas Ayuda

_.-*^I ThinK TherefoR I aM^*-._

Khanit Bank

Ocupación
Ubicación
Intereses
I am architecture Thammasat University

Windows Media Player

09 agosto

ทะเลหวาน

ริมชายหาดมีเพียงแค่สองเรา
มีลมแผ่วเบาโชยทุกเวลา
เป็นความสุขใจที่เคยตามหา
ฉันเพิ่งได้เจอ เมื่อมีเธอเข้ามา

ขอบฟ้าเจอตะวัน ลับไป
จะใช้ดาวที่มี ชี้ทาง เหมือน ดวงไฟ
กว่าจะพบเจอ กว่าจะพบเธอ
กว่าจะรู้ความสุข มันหวานเพียงใด
โว๊ะโอโว๊ะโอโว๊ะโอว
อยากจะอยู่ตรงนี้ ทั้งคืน

มีคำหนึ่งคำเตรียมไว้ในใจ
เวลาอย่างนี้คงต้องพูดไป
บรรยากาศเป็นใจให้หวั่นไหว
เสียงหัวใจบอก ว่าเธอคือทุกอย่าง

ขอบฟ้าเจอตะวัน ลับไป
จะใช้ดาวที่มี ชี้ทาง เหมือน ดวงไฟ
กว่าจะพบเจอ กว่าจะพบเธอ
กว่าจะรู้ความสุข มันหวานเพียงใด
โว๊ะโอโว๊ะโอโว๊ะโอว
อยากจะอยู่ตรงนี้ ทั้งคืน

เมื่อก่อนมองทะเลไม่เคยสวยอะไรอย่างนี้
เพราะว่ามีเธอจึงเจอโลกในมุมที่สวยงาม

ขอบฟ้าเจอตะวัน ลับไป
จะใช้ดาวที่มี ชี้ทาง เหมือน ดวงไฟ
กว่าจะพบเจอ กว่าจะพบเธอ
กว่าจะรู้ความสุข มันหวานเพียงใด
โว๊ะโอโว๊ะโอโว๊ะโอว
อยากจะอยู่ตรงนี้ ทั้งคืน

อยากจะกอดเธอไว้ทั้งคืน
อยากจะหยุดเวลาไว้ตรงนี้ 

WOoo!

เฮ้!!! หวัดดี
หลังจากที่ห่างหายไปนานมากกกกกกกกกกกกกกกก
(สงสัยจะนานมาก) เหนื่อยจัง ไม่ได้อัพมานานแล้ว
ตลอดเทอมที่เรียนปีสองที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง
สาขาสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ยาวจัง)
ก็เผาผลาญทั้งกำลังทรัพย์ และกำลังกายของข้าพเจ้าไปซะหมดตัว
(แต่ทำไมอ้วนขึ้นอ่ะ) ตั้งแต่เปิดเทอมมาใช้เงินไปเดือนละเกือบหมื่น(*o*)
(แบบปกติเดือนละ 5000) แถมโทรศัพท์ยังเจ้งอีกได้ซื้อใหม่เลย
ได้ Nokia 6300 แบบว่าก็ชัดดีนะแต่บางไปหน่อย แต่โดยรวมก็ดี
ซื้อในราคา 7750 บาท (แอบซื้อแบบไม่บอกผู้ปกครอง)
ช่วงนี้แบบนอนน้อยแบบนอน6โมงเช้าเกือบทุกวัน ต้องทำงานส่งตลอด
ขนาดปิดกีฬามหาวิทยาลัยโลกยังต้องทำงานส่งอีก (เซ็งมากๆ)
ตอนนี้ข้าพเจ้าได้กลับมายังอุดรแล้วตังแต่วันที่ 4 ฝนตกเลย
อยู่บ้านก็ไม่มีไรทำ ทำแต่งาน กิน นอน แค่นี้ (อ้วนตายหละ)
มหาลัยข้าพเจ้าเปิดวันที่ 27 แต่งานของข้าพเจ้านั้นเยอะมาก
ไหนจะหาข่าว ทำModel ทำเพจ drawing เขียนplan ทำรายงาน
เยอะมากเลย ไม่รู้จะเสร็จทันเปิดเทอมรึป่าว แถมตอนกลับบ้านต้องขนโมเดล
กลับอีก(ลำบากกูมากเลย) ต้องขนของเข้าหออีก พอแล้วหล่ะ ขี้เกียจพิม
ปล.อยากกินเนื้อย่างกับเพื่อนๆ
คิดถึงเพื่อนทุกคน
หวัดดี
02 mayo

6 ข้อคิดดีๆจากนิทานอีสป

6 ข้อคิดดีๆ จากนิทานอีสปที่คุณอาจลืมไปแล้ว


6 ข้อคิดดีๆ จากนิทานอีสปที่คุณอาจลืมไปแล้ว

 1. ไม้นวมดีกว่าไม้แข็ง
          จากเรื่อง ลมกับพระอาทิตย์ ที่แข่งว่าใครจะทำให้นายพรานถอดเสื้อคลุมออกได้ ลมพยายามพัดลมให้แรงที่สุด แต่ยิ่งพัดแรงเท่าไหร่ นายพรานก็ยิ่งเอาเสื้อคลุมกระชับตัวเท่านั้น แต่พระอาทิตย์เพียงส่องแดดเรื่อยๆ นายพรานก็เริ่มร้อนจนต้องถอดเสื้อคลุมออก

          แทนที่เราจะวีนแตก โยนระเบิดใส่เพื่อน ทำไมเราไม่ใจเย็นๆค่อยๆ พูดตรงๆ อย่างใจเย็น หรือคุยกันบอกให้เพื่อนช่วยคุยกันหน่อย ไม่มีใครชอบถูกสั่งหรือบังคับให้ทำหรอก เพราะถ้าเป็นเรา เราคงไม่อยากได้ยินสิ่งที่ไม่ดีเหมือนกัน

 2. อย่าหาเหตุผลจากคนพาล
          จากเรื่อง ลูกแกะกับสุนัขจิ้งจอก สุนัขจิ้งจอกหาเรื่องจะกินลูกแกะ บอกว่าลูกแกะทำน้ำลำธารขุ่น ไม่ว่าลูกแกะจะแก้ตัวยังไงก็ไม่รอด

          ช่วงเวลาที่คนโกรธ มักจะเป็นเวลาที่สมองส่วนเหตุผลหยุดทำงาน เพราะบางครั้งอาการพลุ่งพล่านที่เห็นนั้นอาจไม่ได้ต้องการคำแก้ตัวใดๆ เป็นแค่การอยากระบาย และถ้าคนๆ นั้นเป็นคนที่ไม่เปิดใจกว้าง เก็บพลังการอธิบายเอาไปไว้ให้การให้อภัยจะดีกว่า

 3. พอใจในสิ่งที่ตัวเองมี
          จากเรื่อง สุนัขคาบเนื้อกับเงา สุนัขคาบชิ้นเนื้อใหญ่ข้ามแม่น้ำ เมื่อก้มมองเงาตัวเองคิดว่าสุนัขอีกตัวมีเนื้อชิ้นใหญ่กว่า จึงคายก้อนเนื้อที่มีแล้วกระโจนลงน้ำ สุดท้ายก็ไม่เหลืออะไรเลย

          ทำไมเราจะต้องแสวงหาคนที่ดีกว่า เมื่อเรามีความสุขดีอยู่กับแฟนแล้ว ถ้าสายตาคุณไม่เคยหยุดนิ่ง สอดส่องหาคนที่ดีกว่าตลอดเวลา คุณคงจะต้องเสียเวลามองหาแฟนคนใหม่ตลอดไป เราไม่มีทางรู้เลยว่ากิ๊กคนใหม่นั้นดีกว่าแฟนเราจริงหรือสร้างภาพ ถ้าปล่อยให้คนดีหลุดมือไปเราอาจต้องน้ำตาเช็ดหัวเข่า

 4. ทุกอย่างต้องเกื้อกูลกัน
          จากนิทานเรื่อง ร่างกายของเรา เมื่ออวัยวะอื่นๆ อิจฉาท้อง ที่ได้อาหารแต่ตัวเองต้องทำงานหนัก จึงประท้วงมือไม่ยอมหยิบอาหาร ฟันไม้ยอมเคี้ยว ผ่านไปสองสามวันอวัยวะทุกส่วนไม่มีแรงเหลือ เพราะทุกคนต้องทำงานร่วมกันถึงจะอยู่ได้

          ไม่มีใครเคยบอกว่า one man show คือการทำงานที่ดีที่ได้ผลดีที่สุด การอยู่ร่วมกับคนอื่นด้วนความเอื้ออาทรเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งที่มนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งพึงต้องมี คุณไม่รู้หรอกว่าคุณต้องการความช่วยเหลือจากใคร เมื่อใด จำไว้ว่าคุณไม่ใช่ผู้วิเศษมาจากไหน งานบางอย่างต้องการพลังสร้างสรรค์ ถ้าพวกเขาไม่ร่วมมือกับคุณบ้างจริงๆ คุณอาจทำงานได้ยากกว่านี้

 5. อย่าประมาท
          จากเรื่อง ตั๊กแตนกับมด ระหว่างฤดูร้อน มดทำงานทั้งวัน สร้างรังและกักตุนอาหาร แต่ตั๊กแตนเอาแต่ร้องเพลงเที่ยวเล่น เมื่อฤดูหนาวมาถึง ตั๊กแตนจึงหิวโซส่วนมดมีรังดีๆอยู่ และมีอาหารพร้อมตลอด

          ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตเราต้องเจอกับอะไรบ้าง จู่ๆ อาจไม่สบายจนทำงานไม่ได้ อาจจะต้องออกจากงาน ถ้าคุณไม่ระวังค่าใช้จ่าย ไม่เก็บออมไว้เลย จะมีชีวิตที่มั่นคงได้อย่างไร

 6. ช้าๆ ได้พร้าเล่มงาม
          จากเรื่อง กระต่ายกับเต่า กระต่ายวิ่งด้วยความรวดเร็วแต่ชะล่าใจ ในขณะที่เต้าคลานช้าแต่มีความพยายามสม่ำเสมอ ทำให้เข้าเส้นชัยก่อนและชนะในการแข่งขัน

          ใช้เวลาศึกษากันและกันไปเรื่อยๆ อย่าให้ “ความใคร่ ความหลง” ที่ร้อนแรงตอนคบกันใหม่ๆ มีอิทธิพลกับการตัดสินใจทุกอย่าง ข่มใจตัวเองบ้าง

ความรัก...ที่ไม่ใช่เจ้าของ

ความรัก . . . คืออะไร?
เรื่องที่ทุกคน . . . อยากจะได้คำตอบตายตัว
เพียงแต่ว่า . . . ไม่เคยมีใครหาคำตอบที่ชัดเจนได้เลยสักคน
เพราะ . . . ความรักมีหลายรูปแบบ
ที่ของแต่ละคน . . . ก็ไม่เหมือนกัน

ความที่เจ็บปวด คือ ความรักที่ไม่ได้เป็นเจ้าของ
เมื่อเรารักใครสักคนแล้ว  . . .
ย่อมอยากจะเป็นเจ้าของความรัก กันทุกคน

แต่จะมีสักกี่คน . . . ที่จะได้ครอบครองมันไว้ได้
เพราะความรัก . . . เหมือนกันสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปได้เสมอ
ไม่มีอะไรแน่นอน . . .  เอาอะไรจากมันไม่ได้เลย

แต่สิ่งที่มันให้เรา คือ ความเจ็บปวดปนความหวาน
ยิ่งคุณอยากจะลิ้มลอง . . . ความหอมหวานของมันเท่าไหร่
คุณก็จะยิ่งถลำลึก ไปกับความเจ็บปวดนั่น
. . . จนอาจจะยากที่จะถอนตัวออกมาได้

บางครั้ง. . .  ความหวานก็หมดไป
. . . ก่อนที่จะลึกมากนัก แต่ก็เจ็บมากมายเช่นกัน
แต่. . . ก็ยังมีอีกหลายคน ที่พร้อมจะลองดู
บางคน. . . แสวงหาความรักมากมาย
ใช้หัวใจฟุ่มเฟือย เพื่อตามหารักแท้. . .

รักแท้. . . แต่ยากที่จะครอบครอง
เพราะบางครั้ง. . . อาจจะเป็นรักต้องห้าม
ระหว่างพี่น้อง ระหว่างคำว่า. . . เพื่อนสนิท
ระหว่างคำว่า. . . คนที่มีเจ้าของแล้ว
หรือ ระหว่างคำว่า . . . ไม่เหมาะสม


มันยาก. . . ที่คุณจะดูแลมันตลอดเวลา
เมื่อไหร่ที่คุณรัก คุณอยากครอบครอง. . . แต่เป็นไปไม่ได้
 ก็คิดเสียเถิดว่า . . . ยังดีกว่าไม่ได้รัก

โลกจะสวยงามเมื่เราเดินช้าลง

โลกสวยงามขึ้น...เมื่อเราเดินช้าลง


โลกสวยงามขึ้น..เมื่อเราเดินช้าลง

เวลาที่เราขับรถเร็ว
ก็เพราะเราต้องการให้ถึงที่หมายเร็วๆ
เป็นการให้ความสำคัญกับปลายทางเป็นสิ่งแรก

แต่บางครั้ง...
มีเหมือนกันที่มันเร็วเสียจนเลยบ้าน เลยซอย
ที่เป็นจุดหมายปลายทางไป
เลยทำให้ที่อยากให้เร็ว กลายเป็นช้าไปก็มี


เมื่อเราขับรถช้า หรือไปเรื่อยๆ (มีเวลามากพอ)
ก็หมายถึงว่า เราไม่ได้รีบร้อน
เพียงแค่จะไปให้ถึงปลายทางเพียงอย่างเดียว

เราอาจมีเวลาสังเกตถนนหนทาง ผู้คนบนท้องถนน
ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้น
อาจมองเห็นว่ามีร้านขายดอกไม้มาเปิดใหม่
ร้านขายอาหารเจ้าเก่าได้ย้ายไปแล้ว...ฯลฯ

นั่นคือ...เราได้เห็นรายละเอียดต่างๆ
ระหว่างเส้นทางที่ผ่านไปมากขึ้น

ทุกวันนี้...

ความเร็ว ได้ถูกดึงมาใช้เป็นสิ่งสำคัญลำดับต้นๆ
ในชีวิตประจำวันเราสามารถได้รับข่าวสารหลายๆ เรื่องอย่างง่ายดาย
ภายในเวลาไม่กี่นาที


เพียงแค่ใช้ปลายนิ้วกดลงบนคีย์บอร์ดของคอมพิวเตอร์
หรือโทรศัพท์มือถือ
ข้อความหรือถ้อยคำเหล่านั้นก็ถูกส่งมาให้อ่านแบบทันอกทันใจ

และอีกไม่กี่นาทีเช่นกัน
เราก็สามารถส่งต่อข้อความเหล่านั้นไปยังคนอื่นๆ ได้
ดูเหมือนว่าสิ่งเหล่านี้จะทำให้ชีวิตคนเราสะดวกสบายขึ้น
จนกระทั่ง...
บางทีลืมสังเกตไปด้วยว่า
ความละเมียดละไมในชีวิต กลับเหือดหายน้อยลง

สำหรับคนที่ชอบละเลียดความสุขแบบค่อยเป็นค่อยไป
ไม่เคยนิยามให้กับค่าของความสุข
เป็น "บาท" เป็น "คัน" หรือเป็น "หลัง"

..................................................

                                                                             วันนี้...บนโลกของเขาอาจดูเชื่องช้า
                                                                        แต่มุมมองสิ่งต่างๆ ที่ผ่านไปในแต่ละวันของเขา
                                                                 อาจสวยงาม...จนบางทีคนอย่างเรานึกไม่ถึงเลยก็ได้

                                                                    

 
Foto 1 de 5